คำค้นหา
เรียงลำดับ

เลือกประเภท

กว้าง 1002PX สูง 200PX
ติดต่อลงโฆษณา ตำแหน่งนี้ เห็นทุกหน้าของเว็บไซต์

วัดเขาสุกิม จันทบุรี
วัดราษฎร์บำรุง เกาะกูด ตราด
วัดพระพายหลวง สุโขทัย
ศาลหลักเมือง สระแก้ว
หอพระพุทธสิริมารวิชัย สุโขทัย
ศาลพระแม่ย่า สุโขทัย

พระวิหารหลวงปู่วัดลุ่ม หนองคาย
วัดหินหมากเป้ง หนองคาย
วัดอรัญบรรพต หนองคาย
วัดศรีชมภูองค์ตื้อ หนองคาย
วัดลำดวน หนองคาย
วัดพระธาตุบังพวน หนองคาย
วัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) หนองคาย
ศาลหลักเมืองจังหวัดหนองคาย
ศาลาแก้วกู่ หนองคาย
วัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) หนองคาย
ช่วยกันกดแชร์สถานที่นี้ให้เพื่อนๆของคุณได้รู้จักด้วยนะค่ะ

อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย

พิกัด: 17°53'03.2"N 102°45'27.5"E

Google Map: 17.88422, 102.7576

ลงข้อมูลวันที่: 24/1/2559

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว: ตลอดทั้งปี

เปิด: ทุกวัน

ควรใช้เวลาในการเที่ยวชม: ประมาณ 40 นาที

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: วัดโพธิ์ชัย, วิกิพีเดีย, board.postjung.com, www.dhammathai.org


วัดโพธิ์ชัย พระใส หนองคาย

 

     วัดโพธิ์ชัยเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ 873 หมู่ 10 ถนนพระใส ตำบลในเมือง อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 21 ไร่ 2 งาน 68 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ 1537 ตั้งวัดเมื่อวันที่ 1 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2360 ประกาศยกวัดส้างขึ้นเป็นวัดมีพระสงฆ์ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 25382 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2522 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 50 เมตร ยาว 64 เมตร ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 97 ตอนที่ 5 วันที่ 14 มกราคม 2523 ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2524

 

วัดโพธิ์ชัย พระใส หนองคาย

 

ประวัติความเป็นมา

     วัดโพธิ์ชัย ตั้งเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2360 เดิมชื่อวัดผีผัว คงปรารภเหตุแห่งความเป็นมาในสมัยพุทธกาลที่ถือว่าต้นโพธิ์เป็นไม้มงคล กอปรกับที่ตั้งของวัดสมัยเก่ามีต้นโพธิ์ที่ใหญ่มากจึงได้ชื่อว่าวัดโพธิ์ชัย

     การสร้างและบูรณะพัฒนาวัด ได้อาศัยบารมีพระประธานในพระอุโบสถ คือ หลวงพ่อพระใสที่เป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองหนองคายและได้ช่วยกันบริจาค ทรัพย์และอื่นๆ พัฒนาวัดมาเป็นลำดับโดยเฉพาะถาวรวัตถุทุกอย่างรวมทั้งสร้างใหม่และบูรณะ คิดเป็นมูลค่าประมาณหลายล้านบาท

 

วัดโพธิ์ชัย พระใส หนองคาย

 

หลวงพ่อพระใส

     หลวงพ่อพระใสเป็นพระประธาน เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัยหล่อด้วยทองสีสุก เป็นพระพุทธรูปลักษณะงดงาม มีขนาดหน้าตักกว้าง 2 คืบ 8 นิ้ว ส่วนสูง 4 คืบ 1 นิ้ว (วัดจากพระชงฆ์เบื้องล่างถึงยอดพระเกศ) สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. 2093-2115 เป็นพระพุทธรูปที่ชาวหนองคายให้ความเคารพสักการะเป็นอย่างมาก

 

ความเป็นมาหลวงพ่อพระใส

     ตามประวัติกล่าวไว้ว่า พระธิดาสามพี่น้องของกษัตริย์ล้านช้าง (บางท่านเชื่อว่า เป็นธิดาของพระไชยเชษฐาธิราช พ.ศ. 2105)ซึ่ง มีพระนามว่า พระราชธิดาสุก พระราชธิดาเสริม และ พระราชธิดาใส เป็นผู้มีความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ได้ร่วมกันสร้างพระพุทธรูปประจำพระองค์ขึ้น 3 องค์ เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา แล้วขนานนามพระพุทธรูปตามพระนามว่า พระสุก พระเสริม และพระใส มีขนาดลดกันตามลำดับ พระสุกนั้นเป็นพระประจำพี่ผู้ใหญ่ พระเสริมประจำคนกลาง ส่วนพระใสประจำคนสุดท้อง

     ตามประวัติการสร้างเล่าว่า มีพิธีการทางบ้านและทางวัดช่วยกันใหญ่โต มีคนสูบเตาหลอมทองอยู่ไม่ขาดเป็นระยะเวลา 7 วันแล้วทองก็ยังไม่ละลาย ถึงวันที่ 8 เวลาเพล เหลือหลวงตากับสามเณรน้อย รูปหนึ่งสูบเตาอยู่ได้ปรากฏชีปะขาว ตนหนึ่งมาขอช่วยทำ หลวงตากับเณรน้อยจึงไปฉันเพล ญาติโยมที่มาส่งเพลจะลงไปช่วยแต่มองไปเห็นชีปะขาวจำนวนมากช่วยกันสูบเตาอยู่ แต่เมื่อถามพระ พระมองลงไปก็เห็นเป็นชีปะขาวตนเดียว พอฉันเพลเสร็จคนทั้งหมดจึงลงมาดู ก็เกิดความอัศจรรย์ใจยิ่ง เหตุเพราะได้เห็นทองทั้งหมดถูกเทลงในเบ้าทั้ง 3 เบ้า แล้ว และชีปะขาวก็ได้ตัวไป ชาวบ้านจึงเชื่อว่า เหตุอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นเป็นอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ของเหล่ากายทิพย์ของพญานาคที่มีความศรัทธาในพุทธศาสนา

     หลังสร้างเสร็จพระสุก พระเสริม และพระใส ได้ประดิษฐานไว้ ณ เมืองหลวงอาณาจักรล้านช้าง มาช้านาน ครั้งสมัยพระเจ้าตากสินมหาราชเกิดสงครามจึงได้มีการอัญเชิญพระสุก พระเสริม และพระใสไปซ่อนไว้ที่เมืองเวียงคำต่อมาเมื่อสงคราสงบก็ได้อัญเชิญกลับมา ประดิษฐาน ณ วัดโพนชัยเมืองเวียงจันทร์อีก ในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้เกิดกบฏเจ้าอนุวงศ์ขึ้นที่เมืองเวียงจันทน์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ทำลายเมืองเวียงจันทน์เสียสิ้น จึงให้สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพย์ได้เป็นจอมทัพยกพลมาปราบ เมื่อเมืองเวียงจันทน์ถูกปราบและสงบแล้ว จึงได้อัญเชิญพระสุก พระเสริม และพระใสข้ามฝั่งมาไทยที่จังหวัดหนองคาย โดยอัญเชิญมาจากภูเขาควายขึ้นประดิษฐานบนแพไม้ไผ่ ซึ่งผูกติดกันอย่างมั่นคงล่องมาตามลำน้ำงึม เมื่อล่องมาถึงตรงบ้านเวินแท่นในขณะนั้น เกิดอัศจรรย์แท่นของพระสุกได้เกิดแหกแพจมลงไปในน้ำ โดยเหตุที่มีพายุพัดแรงจัด และบริเวณนั้นได้นามว่า "เวินแท่น"

     การล่องแพก็ยังล่องมาตามลำดับจนถึงน้ำโขง (ปากน้ำงึม) เฉียงกับบ้านหนองกุ้ง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้เกิดพายุใหญ่ เสียงฟ้าคำรามคะนองร้องลั่น ในที่สุดพระสุกได้แหกแพจมลงไปในน้ำ ซึ่งอาการวิปริตต่างๆ ก็ได้หายไปเป็นอัศจรรย์ยิ่ง บริเวณนั้นจึงได้ชื่อว่า "เวินสุก" และพระสุกก็จมอยู่ในน้ำตรงนั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งเหตุการนี้ชาวบ้านต่างกล่าวว่าพญานาคมารับองค์พระสุกไปบูชา ก็ยังเหลือแต่พระเสริม พระใส ที่ได้นำขึ้นมาถึงเมืองหนองคาย พระเสริมนั้นได้ถูกอัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดโพธิ์ชัย ส่วนพระใส ได้อัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดหอก่อง (ปัจจุบันคือวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ)

     ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุนวรธานีและเจ้าเหม็น (ข้าหลวง) อัญเชิญพระเสริม จากวัดโพธิ์ชัย หนองคายไปกรุงเทพฯ และอัญเชิญพระใสจากวัดหอก่องขึ้นประดิษฐานบนเกวียนจะอัญเชิญลงไปกรุงเทพฯ ด้วย แต่พอมาถึงวัดโพธื์ชัย หลวงพ่อพระใสได้แสดงปาฏิหาริย์จนเกวียนหักจึงอัญเชิญลงไปไม่ได้ ได้แต่พระเสริมลงกรุงเทพฯ ประดิษฐาน ณ วัดปทุมวนาราม ส่วนหลวงพ่อพระใสได้อัญเชิญประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย จนถึงปัจจุบัน ความอัศจรรย์ของหลวงพ่อพระใสจนได้สมญาว่า "หลวงพ่อเกวียนหัก"

 

การสักการะหลวงพ่อพระใส

พระโพธิ์ชัย พระใส หนองคาย

ในแต่ละวันจะมีผู้คนจำนวนมาก รวมถึงชาวต่างชาติ เข้ามาสักการะหลวงพ่อพระใสกันอย่างต่อเนื่อง

 

การ สักการะหลวงพ่อพระใสอย่างแรกคือทางวัดที่มีจุดจ่ายดอกไม้ธูปเทียน หลังจากนั้นก็ให้เดินมาตรงศาลาเพื่อมาไหว้ (อยู่ด้านหน้าของอุโบสถที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส) เพราะภายในอุโบสถไม่อนุญาตให้จุดธูปหรือเทียนได้ เมื่อทำการสักการะจุด ธูป เทียน และถวายดอกไม้แล้วค่อยเดินเข้าไปกราบสักการะองค์หลวงพ่อพระใสที่ประดิษฐาน อยู่ภายในอุโบสถต่อไป

คำกล่าวบูชา "หลวงพ่อพระใส"

ตั้งนะโม 3 จบ

อะระหัง พุทโธ โพธิชโย เสยยะคุโณ

โพธิสัตโต มหาลาโภ ปิยัง มะมะ

ภะวันตุโน โหตุ สัพพะทาฯ


วัดโพธิ์ชัย พระใส หนองคาย

ภายในอุโบสถที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อพระใส"

 

วัดโพธิ์ชัย พระใส หนองคาย

 

วัดโพธิ์ชัย พระใส หนองคาย

ภายในยังมีการประดิษฐาน หลวงพ่อพระสุก หลวงพ่อพระเสริม และ หลวงพ่อพระใส จำลองอีกด้วย

 

คำกล่าวบูชา "หลวงพ่อพระสุก"

ตั้งนะโม 3 จบ

อิมินา สักกาเรนะ สุกัง นามะ

พุทธะรูปัง อะภิปูชะยามิ ตะมะหัง

สุกะพุทธะรูปัง สิระสา นะมามิ

ตัสสานุภาเวนะ มะหาลาโภ โหมิ

ยโส กิตติ สุขิโต โหมิ อะโรโค โหมิ

 

คำกล่าวบูชา "หลวงพ่อพระเสริม"

ตั้งนะโม 3 จบ

นะ โม พุท ธา ยะ

นะ เสริมส่ง โม เสริมสุข

พุธ เสริมโชค ธา เสริมลาภ

ยะ เสริมทรัพย์ อำนาจ วาสนา บารมี

อะหัง วันทามิ สัพพะโสตถี ภะวันตุ เม ฯ (ว่า 5 จบ)

 

เจดีย์ คือ เจดีย์พระธาตุอรหันต์

ลักษณะ รูปทรงเหมือนเจดีย์ไม้ ก่อสร้างด้วยอิฐและดินขนาดฐานสี่เหลี่ยมกว้าง 6 เมตร ยาว 6 เมตร และ ส่วนสูง 30 เมตร (โดยประมาณ) สร้างเมื่อปี พ.ศ. เท่าใดไม่แน่ชัด แต่มีประวัติเล่าว่า สร้างพร้อมหรือสมัยเดียวกับการสร้างพระธาตุพนม พระธาตุเจดีย์นี้ เป็นที่เคารพของพุทธศาสนิกชนจนถึงปัจจุบันนี้

 

วัดโพธิ์ชัย พระใส หนองคาย

 

พระธาตุพระอรหันต์ วัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง)

     ประดิษฐานอยู่หน้าพระอุโบสถ วัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ในตำนานอุรังคธาตุได้ระบุว่าพระธาตุอรหันต์สร้างขึ้นในยุคของการบูรณะพระ ธาตุพนม ครั้งที่ 2 สมัยพระยาสุมิตตวงศากษัตริย์ผู้ปกครองมรุกขนคร ครั้งเมื่อพระอรหันต์ทั้ง 5 ได้อัญเชิญพระบรมสาริกธาตุ มาบรรจุในสถานที่สำคัญตามตำนานอุรังคธาตุ และเมื่อพระอรหันต์ทั้ง 5 เข้าสู่นิพพานอัฐิธาตุของพระอรหันต์ทั้ง 5 นี้ ได้นำไปประดิษบานไว้ใน "เจดีย์พระอรหันต์" ที่ประดิษฐานอยู่บริเวณหน้าพระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) ในปัจจุบัน เนื่องจากบนองค์พระธาตุมีสถาปัตยกรรมปูนปั้นนูนสูง เป็นหน้ายักษ์ ชาวหนองคายจึงเรียกพระธาตุองค์นี้ว่า "พระธาตุยักษ์"

คำบูชาพระธาตุอรหันต์

ตั้งนะโม 3 จบ

อุกาสะ ภันเต อิมัสมิง โพธิชะยะอาราเม ปัจจันตะวาปินะคะเรหิ สัทธิง หมื่นกางโฮงนาเมนะ อุปาสเกนะ

พุทธะรักขิตะเถโร ธัมมะรักขิตะเถโร สังฆรักขิตะเถโร จาติ ราชะคะหิกานัง ติณณัง อะระหันตานัง สิสสานัง

มะหาปะสาทะเถโร จุลละปะสาทะเถโร มะหาระตะนะเถโร จุลละระตะนะเถโร สังขะวิชชะเถโร จาติ

ปัญจันนัง อะระหันตานัง ธาตุโย สุปะติฎฐิตัง เจติยัง สิระสา นะมามิ ยา เม กะตา ปูชา ตัสสานุภาเวนะ

วุทฒิง จะ วิรุฬทิง จะ เวปุลลัง จาติ โสตถิ เม โหตุ สัพพะทา ฯ

คำแปล

ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอนมัสการซึ่งพระเจดีย์ที่บรรจุพระธาตุของอรหันต์ทั้ง 5 องค์ คือ พระมหา

ปราสาทเถระ พระจุลลปราสาทเถระ พระมหารัตนะเถระ พระจุลลรัตนะเถระ และพระสังขะวิชชะเถระ

ผู้เป็นศิษย์ของพระอรหันต์ชาวเมืองราชคฤห์ทั้ง 3 คือพระพุทธรักขิตเถระ พระธรรมรักขิตเถระและ

พระสังขะรักขิตะเถระ ที่หมื่นกางโฮง พร้อมด้วยชาวเมืองหล้าหนองคาย ได้ฐาปนาไว้แล้ว ณ วัดโพธิ์ชัยแห่ง

นี้ด้วยเศียรเกล้า ด้วยการบูชานี้ขอความสุขสวัสดีมีความเจริญงอกงามและไพบูลย์เป็นต้นจงมีแก่ข้าพเจ้าใน

กาลทุกเมื่อเทอญ

เก่าแก่
ศิลปะ
พระพุทธรูป
ถวายสังฆทาน
สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
สถานที่สำคัญ
เจดีย์
อุโบสถ
จิตรกรรมฝาผนัง
วัตถุมงคล
พระบรมสารีริกธาตุ



ช่วยกันกดแชร์สถานที่นี้ให้เพื่อนๆของคุณได้รู้จักด้วยนะค่ะ

ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองตราด ตราด
วัดเขาสุกิม จันทบุรี
วัดปากน้ำแขมหนู (โบสสีน้ำเงิน) จันทบุรี

ศาลหลักเมืองจังหวัดหนองคาย
ศาลาแก้วกู่ หนองคาย
วัดโยธานิมิต จันทบุรี

 
513/12 ลาดพร้าว 101 แยก 11 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 094-884-6088
รับจัดทำเว็บไซต์
ลงข้อมูลกับเว็บ Thaimaptravel สมัครรับข่าวสาร ติดต่อซื้อภาพถ่าย บริการถ่ายภาพ
สมัครสมาชิก
TOP