คำค้นหา
เรียงลำดับ

เลือกประเภท

กว้าง 1002PX สูง 200PX
ติดต่อลงโฆษณา ตำแหน่งนี้ เห็นทุกหน้าของเว็บไซต์

พระธาตุหล้าหนอง หนองคาย
วัดสารนารถธรรมาราม ระยอง
ถ้ำเขาย้อย เพชรบุรี
วิหารพระมงคลบพิตร พระนครศรีอยุธยา
วัดพลับ จันทบุรี
อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จันทบุรี
วัดไผ่ล้อม (พระอารามหลวง) จันทุบรี
จุดชมวิวพระยืน จันทบุรี
ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน จันทบุรี
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
จุดชมวิวทะเลหมอกพะเนินทุ่ง เพชรบุรี
ตึกแดง จันทบุรี
วัดศรีชุม สุโขทัย
สถานีรถไฟหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์
ปราสาทสด๊กก๊อกธม สระแก้ว
วัดพระศรีสรรเพชญ์ พระนครศรีอยุธยา
เมืองโบราณ สมุทรปราการ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแห่ง สุโขทัย
หอศิลป์แห่งชาติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วังสวนบ้านแก้ว จันทบุรี
พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
วัดมหาธาตุ สุโขทัย

วัดถ้ำเขาฉกรรจ์ สระแก้ว
ปราสาทเขาโล้น สระแก้ว
อ่างเก็บน้ำห้วยยาง สระแก้ว
ตลาดโรงเกลือ สระแก้ว
ละลุ สระแก้ว
ช่วยกันกดแชร์สถานที่นี้ให้เพื่อนๆของคุณได้รู้จักด้วยนะค่ะ

บ้านเนินขามและบ้านคลองยาง ตำบลทัพราช อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว

ละลุ สระแก้ว

GPS: 14°02'30.8"N 102°34'31.7"E

Google Map: 14.041885, 102.575470

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ของจังหวัดสระแก้ว มีชื่อว่า “ละลุ” ตั้งอยู่ที่บ้านเนินขามและบ้านคลองยาง ตำบลทัพราช อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว โดยอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอ ระยะทางประมาณ 36 กิโลเมตร 

ละลุเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากน้ำฝนกัดเซาะ ยุบตัวหรือพังทลายของดิน เมื่อถูกลมกัดกร่อนจึงมีลักษณะเป็นรูปต่าง ๆ อาจมีรูปร่างคล้ายกำแพงเมือง หน้าผา บ้าง หรือมีลักษณะเป็นแท่ง ๆ คล้ายกับแหล่งธรรมชาติบริเวณ “แพะเมืองผี” จังหวัดแพร่ แต่มีขนาดเล็กกว่า ซึ่งในทุกๆปี ละลุจะเปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยๆ ตามแต่ลมและฝนที่ช่วยกันตกแต่งชั้นดิน 

บริเวณละลุมีพื้นที่กว้างกว่า 2,000 ไร่โดยแบ่งละลุออกเป็นโซนๆ ซึ่งแต่ละโซนก็จะมีละลุที่มีลักษณะสวยงามแตกต่างกัน  จึงทำให้ละลุที่นี่ มีความหลากหลายและสวยงามแปลกตาเหมาะแก่การไปเที่ยวชม เป็นอย่างมาก

บริการในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวละลุ มีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ไว้ให้บริการรถพร้อมมัคคุเทศก์หรือยุวมัคคุเทศก์ท้องถิ่น โดยค่าเช่ารถจะอยู่ที่ประมาณ 200 บาท นั่งได้ 8-10 คน นอกจากนี้ ยังมีบริการที่พัก โดยพักที่ศูนย์บริการหรือที่บ้านชาวบ้านแบบโฮมสเตย์ก็ได้ โดยสอบถามราบละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3724 9708-9, 08 9098 0772 หรือ องค์การบริหารส่วนตำบลทัพราช โทร. 0 3724 3724 

นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถเดินทาง จาก อำเภออรัญประเทศไปตามทางหลวงหมายเลข 348 สายอรัญประเทศ-ตาพระยา เลี้ยวซ้ายที่บ้านกุดเตย หลักกิโลเมตรที่ 35-36 ไปตามทางหลวงหมายเลข 3486 สายบ้านโคคลาน-บ้านคลองยาง ระยะทาง 18 กิโลเมตร จากบ้านคลองยางเป็นถนนลูกรังเข้าไปถึงหมู่บ้าน ระยะทาง 1 กิโลเมตร ก็จะถึงที่หมาย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://thai.tourismthailand.org

ละลุ

 


เริ่มต้นกับการเดินทาง

การเข้าเที่ยวชม "ละลุ" นั้นควรจะมาในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเพราะแสงแดดอ่อนๆ ของพระอาทิตย์จะส่องลงมากระทบกับประติมากรรมดินและเปลี่ยนสีให้กลายเป็นสีทอง ซึ่งจะทำให้การเที่ยวชม ละลุ เกิดความสวยงามมากขึ้นหลายเท่าตัว และอีกเหตุผลคือช่วงเช้าและช่วงเย็นแดดยังไม่แรงมาก จึงทำให้ไม่ร้อนเพราะละลุอยู่กลางแจ้งถ้ามาตอนแดดแรงๆ จะร้อนมากๆ ยิ่งช่วงหน้าร้อนแทบละลายเลยละคับ ดังนั้นด้วยสองเหตุผลหลักนี้จึงทำให้การเที่ยวละลุควรเป็นเช้าหรือเย็นนั้นเอง

การที่เราจะเข้าไปยัง "ละลุ" นั้นเราต้องจอดรถไว้ที่ ศุนย์บริการนักท่องเที่ยว และเช่ารถ "อีแต๊ก" ซึ่งค่าบริการคิดเป็นรอบ รอบละ 200บ. สามารถขึ้นได้ 6-8 คน ซึ่งคนขับก็คือชาวบ้านที่เข้ามาหารายได้จากการนำเที่ยวชมละลุ พร้อมกับอธิบายเรื่องราวเกี่ยวกับละลุให้นักท่องเที่ยวได้ฟังเพื่อความเข้าใจและความรู้นั่นเอง

ละลุ

ภาพ: รถอีแต๊กที่จะพาไปยังละลุ เวลานั่งก็สนุกดีคับแต่ก็นั่งกันดีๆนะ เวลากระแทกทีก็จุกเหมือนกัน

 

ละลุ

ภาพ: บรรยากาศการเดินทางไปยัง "ละลุ"

 

ละลุ

ภาพ: มุ่งหน้าสู่ "ละลุ"

 

ละลุ

ภาพ: ตามเส้นทางเราก็จะได้เจอวิวสวยๆ วิถีชีวิตช่าวบ้าน ก็เป็นการเรียกน้ำย่อยที่ดีทีเดียว

 


ประมวลภาพ "ละลุ" สถานที่ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์และข้อมูลที่คุณอาจไม่รู้

ในสมัยก่อนเขาจะเรียกกันว่า "ลาลู" ซึ่งเป็นภาษาเขมรแปลว่า "โป่งยุบ" พอหลังจากนั้นก็มีคนไทยเริ่มย้ายเข้ามามากยิ่งขึ้นก็มีเรียกกันว่า "ทะลุ" เพราะดินมันทะลุเป็นรู ซึ่งก็เลยติดการออกเสียงขึ้นมาเป็น "ละลุ" จนถึงปัจจุบัน สิ่งหนึ่งที่ทีมงานได้ข้อมูลมาเกี่ยวกับละลุทำให้รู้สึกยิ่งน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะข้อมูลของละลุทั่วไปคือ สถานที่ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ ละลุ ยังมีเรื่องเล่าที่มากกว่านี้ คือความเป็นมาที่หลายคนอาจไม่ทราบ ซึ่งบทความนี้ทางทีมงานคิดอยู่นานว่าจะเขียนดีหรือไม่ แต่ทุกสถานที่ย่อมมีประวัติความเป็นมา ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เมื่อเราเดินเดินทางท่องเที่ยวหรือมีโอกาสได้ไปสัมผัสสถานที่ต่างๆ ก็เรียนรู้เพื่อเป็นความรู้ต่อๆ ไป

จากการบอกเล่าของชาวบ้านที่ทางทีมงานได้เก็บข้อมูลมาคือ ณ พื้นที่ ละลุ แห่งนี้ น่าจะเกิดขึ้นมาหลายพันปีก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งหน้าจะอยู่ช่วงยุค "ทวารวดี" เมื่อหลายพันปีก่อน เป็นเมืองที่เจริญมาแล้วและเกิดการล้มสะลายไป เพราะสิ่งที่ชาวบ้านพบเห็นคือ ศพมากมายที่ถูกขุดพบขึ้นมา แต่ในตัวละลุที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไม่มีการเจอศพนะคับ แต่บริเวณรอบๆ ที่เป็นด้านของภูเขา มีการขุดเจอศพจำนวนมาก ซึ่งเชื่อว่าเมื่อมีคนเสียชีวิตก็จะขุดดินและฝังตรงนั้นเลย ไม่เพียงศพคนเท่านั้นแต่ยังขุดพบเจอกระดูกของสัตว์ที่เป็นพาหนะ เช่น วัว, ช้าง รวมไปถึง แรด อีกด้วย นอกจากนั้นก็จังเจอภาชนะต่างๆ เช่นถ้วย, ชาม, มีด เป็นต้น และ ลูกปัด ที่เชื่อว่าเป็นของมีค่าในสมัยก่อนและยังเป็นสิ่งที่ใช้แทนเงินตราในสมัยนั้น ซึ่งเชื่อกันว่าลูกปัดเป็นสิ่งที่มาจากฟ้า หรือในสมัยนี้ก็คือสเก็ดดาวที่ตกมาจากฟ้าที่เกิดการเผาไหม้บนชั้นบรรยากาศไม่หมด ซึ่งคนสมัยก่อนเชื่อว่าเป็นของมีค่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่เทพประทานมาให้

ผมไม่มีข้อมูลว่าทำไมบริเวณรอบนอกที่เป็นภูเขาด้านนอกของละลุจึงได้พบเจอศพมากมายในทางวิทยาศาสตร์ แต่ผมมีข้อมูลในเรื่องของความเชื่อที่ได้มาจากคำบอกเล่าของชาวบ้าน ซึ่งอันนี้จริงหรือไม่จริงก็ไม่สามารถที่จะพิสูจน์ แต่เป็นข้อมูลความเชื่อที่เล่าต่อๆ กันมาว่า ในสมัยก่อนมีคนนั่งทางในเห็นว่า เมืองที่อยู่บริเวณนี้มีชื่อเรียกว่า "โกสะนคร" เป็นเมืองหมอยาที่มีความเจริญมาก เป็นเมืองที่เมื่อมีคนเจ็บหรือคนป่วยจากเมืองอื่นๆ ที่ไม่มีที่รักษาก็จะเดินทางมายังเมืองแห่งนี้ ด้วยเกวียน ด้วยม้า และทางเรือ เพื่อมารักษา เพราะเป็นเมืองที่เจริญกว่าเมืองอื่นๆ ดังนั้นจึงมีคนเดินทางมายังเมืองแห่งนี้จำนวนมาก ในช่วงเวลาเดินทางอยู่ก็จะมีคนตายด้วยโรคเป็นจำนวนมาก หรือ รักษาไม่หายก็ตายไปเป็นจำนวนมาก เขาก็จะขุดหลุมและฝังเป็นหลุมๆ ไป ซึ่งจากการบอกเล่าว่า การพบศพก็จะมีเนื้อที่กินไป 50 ไร่บ้าง 100 ไร่บ้าง ดังนั้นพื้นที่บริเวณรอบๆ ของละลุ ไม่ใช่เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเท่านั้นแต่เป็นสถานที่ ที่มีเรื่องเล่า มีวิถีชีวิตความเชื่อของช่าวบ้านบริเวณนี้รวมเข้าเอาไว้อีกด้วย อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ผมเขียนมาบอกเล่า มิใช่เพื่อให้เกิดความงมงายแต่อย่างใด แต่ทุกสถานที่ย่อมมีประวัติ มีเรื่องเล่า มีความเป็นมาที่แตกต่างกัน ดังนั้นการท่องเที่ยวสำหรับผมคือการได้รู้ ได้เห็น ได้ฟัง และได้สัมผัส เราไม่สามารถรู้ได้ว่าเรื่องไหนจิงหรือไม่จิง แต่สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของเรื่องเล่าจากผู้หลักผู้ใหญ่คือ ความสนุกและการได้รับรู้เรื่องนั่นเอง.....

 

ละลุ

ภาพ: กำแพงหินละลุ ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

 

ละลุ

 

ละลุ

 

ละลุ

 

ละลุ

 

ละลุ

 

ละลุ

 

ละลุ

 

ละลุ

ภาพ: หลักฐานจากการบอกเล่าของชาวบ้านที่ขุดพบคือ ถ้วย, ชาม ที่เชื่อว่านำมาใส่ยากลับไปรักษา แต่หากเจ้าของเสียชีวิตก็จะฝังรวมกันไป

 

ละลุ

ภาพ: นอกจากนั้นก็ยังมีมีด, กระดูก รวมไปถึง เครื่องปั้นรูปสัตว์อีกด้วย

 

ลงข้อมูลวันที่ 8/5/2015

ถ่ายรูป
ความรู้/การศึกษา
อนุรักษ์
เก่าแก่



ช่วยกันกดแชร์สถานที่นี้ให้เพื่อนๆของคุณได้รู้จักด้วยนะค่ะ

ชุมชนรักษ์คลองบางพระ ตราด
จุดชมวิวหินโคร่ง จันทบุรี
หาดลับแล จันทบุรี

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน จันทบุรี
หาดเก็บตะวัน จันทบุรี
พระธาตุหล้าหนอง หนองคาย

 
513/12 ลาดพร้าว 101 แยก 11 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 094-884-6088
รับจัดทำเว็บไซต์
ลงข้อมูลกับเว็บ Thaimaptravel สมัครรับข่าวสาร ติดต่อซื้อภาพถ่าย บริการถ่ายภาพ
สมัครสมาชิก
TOP