คำค้นหา
เรียงลำดับ

เลือกประเภท

กว้าง 1002PX สูง 200PX
ติดต่อลงโฆษณา ตำแหน่งนี้ เห็นทุกหน้าของเว็บไซต์

วัดราษฎร์บำรุง เกาะกูด ตราด
วัดเขาสุกิม จันทบุรี
วัดพระพายหลวง สุโขทัย
ศาลหลักเมือง สระแก้ว
หอพระพุทธสิริมารวิชัย สุโขทัย
ศาลพระแม่ย่า สุโขทัย

พระวิหารหลวงปู่วัดลุ่ม หนองคาย
ศาลาแก้วกู่ หนองคาย
วัดหินหมากเป้ง หนองคาย
วัดอรัญบรรพต หนองคาย
วัดศรีชมภูองค์ตื้อ หนองคาย
วัดลำดวน หนองคาย
วัดพระธาตุบังพวน หนองคาย
วัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) หนองคาย
ศาลหลักเมืองจังหวัดหนองคาย
วัดศรีชมภูองค์ตื้อ หนองคาย
ช่วยกันกดแชร์สถานที่นี้ให้เพื่อนๆของคุณได้รู้จักด้วยนะค่ะ

1 หมู่ 8 บ้านน้ำโมง ต.น้ำโมง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย 43110

วัดศรีชมภูองค์ตื้อ หนองคาย

พิกัด: 17°52'36.0"N 102°34'31.3"E

Google Map: 17.876660, 102.575364

1 หมู่ 8 บ้านน้ำโมง ต.น้ำโมง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย 43110

ลงข้อมูลวันที่: 19/3/2559

เปิด: ทุกวัน

โทร: 042-431-418

เว็บไซต์: www.watongtue.com

ค่าเข้าชม: -

ควรใช้เวลาในการเที่ยวชม: 20 นาที (หรือมากกว่านั้น)

น่าสนใจ: หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ

หมาย เหตุ: สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จึงควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อย, ห้ามเสียงดัง, ทอดรองเท้าก่อนเข้าภายในอุโบสถ, สตรีควรใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยมิดชิด

งานเทศกาล: ช่วงประมาณกลางเดือนมีนาคม

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง: -

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: วัดศรีชมภูองค์ตื้อ

การเดินทาง: -


"การ เก็บข้อมูลของ Thaimaptravel.com จุดประสงค์คือเก็บรวบรวมข้อมูลประวัติ ความน่าสนใจ และจุดเด่นของสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน รวมถึงสามารถค้นหาสถานที่ต่างๆ ที่ต้องการได้ เพื่อนำไปเป็นแนวทางสำหรับการวางแผนการเดินทางและเตรียมเป็นข้อมูลก่อนการ เดินทางไปยังสถานที่นั้นๆ เพื่อเพิ่มความสนุกและความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามการอ่านหรือดูจากภาพเพียงอย่างเดียว สู้การออกไปค้นหาด้วยตัวเองไม่ได้ เพราะข้อมูลที่เราได้หยิบยกมาให้ได้ชมเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความน่าสนใจของ สถานที่เท่านั้นและการที่เราได้ออกไปยังสถานที่จริงๆ เราจะได้รับรู้ถึงบรรยากาศและประสบการณ์ที่ประทับใจกลับมาอีกด้วย เมืองไทยมีดีที่คุณยังไม่รู้..."


วัดศรีชุมภูองค์ตื้อ

     “พระพุทธรูป” องค์นี้ได้ก่อสร้างมาแต่ดึกดำบรรพ์มีพระรูปงดงามน่าเลื่อมใส สร้างในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชผู้ครองเมืองเจียงจันทร์ พระสงฆ์วัดศรีชมพูองค์ตื้อได้ประชุมปรึกษาหารือกัน ลงมติจะหล่อพระพุทธรูปองค์นี้ขึ้น ในบ้านน้ำโมง (เดิมเรียกว่าบ้านน้ำโหม่ง) เพื่อเป็นที่เคารพสักการะแก่อนุชมรุ่นหลัง ต่อมาเมื่อตกลงกันแล้วจึงได้ชักชวนบรรดาพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย เพื่อเรี่ยไรทองเหลืองบ้างทองแดงบ้าง ตามแต่ผู้มีจิตศรัทธาจากท้องที่อำเภอและจังหวัดใกล้เคียงได้ทองหนักตื้อ หนึ่ง (มาตราภาคอีสานถือว่า 10 ชั่ง เป็นหมื่น 10 หมื่น เป็นแสน 10 ล้าน เป็นโกฏิ 10 โกฏิ เป็นหนึ่งกือ 10 กือเป็นหนึ่งตื้อ) พระสงฆ์และชาวบ้านจึงพร้อมกันหล่อเป็นส่วนๆ ในวัดสุดท้ายเป็นวัดหล่อตอนพระเกศในตอนเช้าได้ยกเบ้าเทแล้วแต่ไม่ติด เมื่อเอาเบ้าเข้าเตาใหม่ทองยังไม่ละลายดีก็พอดีเป็นเวลาจวนพระจะฉันเพล พระทั้งหมดจึงทิ้งเบ้าเข้าเตาหรือทิ้งเบ้าไว้ในเตาแล้วก็ขึ้นไปฉันเพลบนกุฏิ เมื่อฉันเพลเสร็จแล้วพอลงมาหมายจะเทเบ้าที่ค้างไว้กลับปรากฏว่ามีผู้เทติด และพระเกศสวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ สืบถามก็ได้ความว่า “มีชายนุ่งห่มผ้าขาวมายกเบ้านั้นเทจนสำเร็จ” แต่ด้วยเหตุที่บ้านนั้นร้อนเมื่อเทเสร็จแล้วชายผู้นั้นจึงวิ่งไปทางเหนือ บ้านน้ำโมงแล้วหายไป (หนองน้ำนั้นภายหลังชาวบ้านเรียกว่า หนองโลเลมาจนถึงปัจจุบันนี้) และชายผู้นั้นก็เข้าใจกันว่าเป็นเทวดามาช่วยสร้าง) เมื่อได้นำพระพุทธรูปที่หล่อแล้วมาประดิษฐานไว้ในวัด มีขุดนางชั้นผู้ใหญ่แห่งเมืองเวียงจันทร์มาเที่ยวบ้านน้ำโมงสองท่านชื่อว่า “ท่านหมื่นจันทร์และท่านหมื่นราบ” ทั้งสองท่านนี้ได้เห็น “พระเจ้าองค์ตื้อ” ก็เกิดศรัทธา เลื่อมใส ที่ต้องการช่วยเหลือจึงได้ช่วยกันก่อฐานราวเป็นการส่งเสริมศรัทธาของผู้ สร้าง ครั้นเมื่อขุนนางทั้งสองได้กลับไปยังเมืองเวียงจันทร์ก็ได้กราบทูลเจ้าไชย เชษฐาธิราช พระองค์จึงได้เสด็จมาทอดพระเนตรด้วยตัวเองแล้วก็ทรงเกิดความศรัทธาจึงได้ สร้างวิหารประดิษฐานกับแบ่งปันเขตแดนให้เป็นเขตข้าทาสบริวารของ “พระเจ้าองค์ตื้อ” ดังนี้

  1. ทางตะวันออกถึงบ้านมะก่องเชียงขวา (ทางฝั่งซ้าย ตรงข้ามอำเภอโพนพิสัย)
  2. ทางตะวันตกถึงบ้านหวากเมืองโสม (อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี)
  3. ทางทิศใต้ถึงบ้านบ่อเอือดหรือบ่ออาด (อยู่ในอำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี)
  4. ทางเหนือไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจน (คาดว่าน่าจะเป็นบ้านพรานพร้าว อำเภอศรีเชียงใหม่ และเมือง “กินายโม้” ส.ป.ป. ลาว ในปัจจุบัน

     พลเมืองที่อยู่ในเขตข้าทาสของ “พระเจ้าองค์ตื้อ” ตั้งแต่เดิมต้องเสียส่วยอากรให้แก่ทางราชการแต่เมื่อตกเป็นข้าทาสของ “พระเจ้าองค์ตื้อ” โดยผู้ประกอบอาชีพทางใดก็ให้นำสิ่งนั้นมาเสียส่วยให้แก่วัดศรีชมพูองค์ตื้อ ทั้งสิ้น เช่นผู้ใดเป็นช่างเหล็กก็ให้นำเครื่องเหล็กมาเสียผู้ใดทำนาให้นำข้าวมาเสีย ผู้ใดทำนาเกลือก็ให้เอาเกลือมาเสียกับทางวัดก็จะมีพนักงานคอยเก็บรักษาและ จำหน่ายประจำเสมอ ที่ด้านหน้าพระวิหารมีตัวหนังสือไทยน้อยเป็นหนังสือลาวอยู่ด้วย แต่เวลานี้เก่าและลบเลือนมากแล้วอ่านไม่ได้ความติดต่อกัน

 

วัดศรีชมภูองค์ตื้อ หนองคาย

 

วัดศรีชมภูองค์ตื้อ หนองคาย

อุโบสถ

 

วัดศรีชมภูองค์ตื้อ หนองคาย

อุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ

 

วัดศรีชมภูองค์ตื้อ หนองคาย

ภายนอกอุโบสถมีงานศิลปะที่สวยงาม

 

วัดศรีชมภูองค์ตื้อ หนองคาย

 

การ สักการะให้นำดอกไม้ ธูป เทียน ทองคำเปลว (ทางวัดจัดเตรียมไว้ด้านหน้า ราคาแล้วแต่ทำบุญ) โดยการไหว้เราจะต้องไหว้ด้านนอก ซึ่งภายในอุโบสถห้ามนำธูปเทียนไปจุดไฟด้านใน ให้เราทำการไหว้ก่อนที่ด้านนอก จุดธูป เทียน ไหว้และถวายดอกไม้ให้เรียบร้อย หลังจากนั้นจึงค่อยนำเพียงทองคำเปลวไปด้านในอุโบสถเพื่อไปปิดทองพร้อมกราม สักการะ "หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้น"

 

วัดศรีชมภูองค์ตื้อ หนองคาย

 

คำบูชา “หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ”

พุทธะพิมพิเก เรวัตโต วัตติวัตตะโส ภะคะวา

คุณะสัมปันโน โคตะมังไชยะเชฏฐัง

ฐาปิตัง เขรัง มะยัง (อะหัง) สิระสา นะมามะ (มิ)

ไชยะเชฏฐาธิรัญญา ฐาปิตัง พุทธเสฐัง

มะยัง วันทามะ เตทะวาระทินนา พุทธะทาสา

ธัมมะทาสา สังฆะทาสา อุชุปะฏิปันนา

โหมะ สัพพะทา สิระสา นะมามะ (มิ) ฯ

(สาธุ สาธุ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอนมัสการกราบไหว้

หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อที่ทรงศักดิ์สิทธิ์

อันพระไชยเชษฐาธิราชเจ้า ได้ทรงสร้างประดิษฐานไว้ ณ ที่นี้

ด้วยอานุภาพแห่งการบูชาและกราบไหว้ ขอให้ข้าพเจ้าทั้งหลาย

จงปราศจากทุกข์ ปราศจากโรค ปราศจากภัย

มีความสุขความเจริญ ตลอดกาลนานเทอญฯ)

 

วัดศรีชมภูองค์ตื้อ

 

พระเจ้าองค์ตื้อ

เป็น พระพุทธรูปขนาดใหญ่กล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ฝีมือช่างฝ่ายเหนือและล้านช้างผสมกัน นับเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามมากเป็นพระประธานในท่านั่งขัดสมาธิปาง มารวิชัยซึ่งสร้างด้วยทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดหนองคาย หน้าตักกว้าง 3 เมตร 29 เซนติเมตร ความสูง 4 เมตร ประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีชมพูองค์ตื้อ ตำบลน้ำโมง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงเคารพนับถือ เป็นอย่างมาก สร้างในสมัยใดและใครเป็นผู้สร้างไม่มีประวัติที่แน่ชัดแต่พอจะถือหลักฐานได้

 

วัดศรีชมภูองค์ตื้อ หนองคาย

 

ประวัติในหินศิลาจารึก

เรื่องหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ ถอดความจากอักษรตัวธรรมหรือภาษาไทยน้อยได้ว่าดังนี้

  1. สร้างเมื่อพระพุทธศักราช 2105 พระวรรษา
  2. พระชัยเชษฐาเป็นลูกเขยพระยาศรีสุวรรณภรรยาของพระชัยเชษฐาคือ พระนางศรีสมโพธิมีลูก 4 คนเป็นชาย 3 คน เป็นหญิง 1 คน
  3. พระชัยเชษฐาเกิดที่เมืองเวียงคุก ภรรยาเกิดที่เมืองจำปา (บ้านน้ำโมง) ในปัจจุบัน
  4. นามวัดโกศีลสร้างได้ 1 ปี 3 เดือน สมภารชื่อพระครูอินทราธิราช อายุ 34 พรรษา 15 มีพระอยู่ด้วย 12 รูป สามเณร 5 รูป
  5. ทางวัดโกศิลทางยาว 1 เส้น 5 วา กว้าง 1 เส้น 10 วา
  6. วัด โกศิล เป็นวัดที่สำคัญมากกงจักรเกิดที่วัดนี้ พระชัยเชษฐาจึงเลื่มใสจึงชักชวนคณะที่มีศรัทธารวม 8 คนคือ พระชัยเชษฐา, ท้าวอินทราธิราช, ท้าวเสนากัสสะปะ, ท้าวอินทร์, ท้าวเศษสุวรรณ, ท้าวพระยาศรี, ท้าวดามแดงทิพย์, ท้าวอินสรไกรยสิทธิ์ ร่วมกันสร้าง พระชัยเชษฐาเป็นคนหล่อ
  7. พระ ชัยเชษฐาป่าวร้องให้บริวาร 500 คนมาช่วยหล่อเป็นทองเหลือง เงิน และคำสผมกันน้ำหนักได้หนึ่งตื้อทำพิธีหล่อเท่าไรก็ไม่สำเร็จต่อเมื่อพระ อินทร์และเทพยดา 108 องค์มาช่วยหล่อจึงสำเร็จเป็นหลวงพ่อองค์ตื้อ
  8. วัดโกศิลตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง สร้างอยู่ 7 ปี 7 เดือนจึงสำเร็จเป็นหล่องพ่อองค์ตื้อ
  9. เมื่อหล่อแล้วมีอภินิหารเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถึง 100 อย่าง
  10. พระพุทธรูปองค์นี้สิ้นเงิน 105,000 ชั่ง
  11. บ้าน ที่ขึ้นเป็นบริวารมี 13 บ้านคือ เมืองเวียงคุก, กองนาง, กำพร้า, จินายโม้, ปากโค, พรานพร้าว, ศรีเชียงใหม่, หนองคุ้งยางคำ, หนองแซงศรี, สามขา, ท่าบ่อ และ บ่อโอทะนา

 

วัดศรีชมภูองค์ตื้อ หนองคาย

 

ปาฏิหาริย์หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ

มี เรื่องเล่ากันว่าครั้งหนึ่งพวกฮ่อได้ยกทัพข้ามโขงมาขึ้นที่ฝั่งวัดน้ำโขง เพื่อหวังจะทำลายพระองค์ตื้ออันเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนแถบนั้นเพื่อ เป็นการทำลายขวัญและกำลังใจของชาวบ้าน ขณะที่ข้าศึกได้จ้วงขวานฟันลงไปที่พระชานุ (เข่า)ของพระองค์ตื้อนั้นก็ปรากฏมีเสียงร้องออกมาจากพระโอษฐ์ และมีพระโลหิตไกลออกจากแผลที่พระชานุ พร้อมกับมีน้ำพระเนตรไหลซึมออกมาเป็นที่น่าเวทนายิ่งนัก ข้าศึกเห็นเป็นอัศจรรย์เช่นนั้นก็เกรงจะเกิดภัยจึงได้รีบยกทัพกลับ แต่ก็ปรากฏว่าพวกฮ่อได้ถึงแก่ความตายจนหมดสิ้น ทุกวันนี้แผลเป็นที่พระชานะก็ยังปรากฏอยู่

ใน สมัยก่อนผู้คนสัญจรไปมาจะสวมรองเท้าเข้าไปในวัดไม่ได้ จะต้องมีอันเป็นไปโดยประการต่างๆ แม้แต่เจ้านายที่เข้ามาถือน้ำพิพัฒนสัตยาจะสวมรองเท้าเข้าไปในวิหารนั้นก็ ไม่ได้ถ้าบุคคลใดฝ่าฝืนก็จะได้รับโทษโดยประการต่างๆ เช่นเจ็บป่วยโดยกะทันหันเป็นต้น

 

วัดศรีชมภูองค์ตื้อ หนองคาย

 

บุคคล ที่ไม่มีบุตรธิดาสืบสกุล มีดอกไม้ธูปเทียนหรือเครื่องสักการะอย่างอื่นมาทูลขอบุตรธิดาจากพระองค์ตื้อ บุคคลผู้นั้นก็จะได้กุลบุตรธิดาสืบสกุลสมความมุ่งหมายปรารถนา แต่บุตรธิดาที่พระองค์ประธานให้แล้วนั้น บิดามารดาจะทำโทษหรือเฆี่ยนตีโดยประการใดๆ ไม่ได้ ต้องสั่งสอนเอาโดยธรรมเท่านั้น

บุคคล ผู้ใดของหาย เช่น เงิน ทอง โค กระบือ เป็นต้น มีดอกไม้ธูปเทียนเครื่องสักการะมาบูชาบวงสรวง เพื่อให้ได้สิ่งของนั้นคืนมาก็จะได้คืนมาสมประสงค์ทรัพย์สมบัติของใครหายไม่ ทราบว่าผู้ใดมาลักขโมยเอาไป เจ้าของทรัพย์หากมีความสงสัยผู้ใดก็นำบุคคลผู้นั้นมาทำสัตย์สาบานต่อหน้าพระ พักตร์พระเจ้าองค์ตื้อ ถ้าบุคคลผู้นั้นไม่ได้เอาไปก็จะไม่เป็นอะไร แต่ถ้าบุคคลผู้นั้นเอาไปจริงๆ แต่ปฏิเสธไม่ยอมรับตามความจริง บุคคลผู้นั้นก็จะได้รับโทษเช่น เจ็บป่าวยหรืออาจถึงแก่ความตายได้

บุคคล ผู้ใดไปทำศึกสงคราม ได้มาบนบานขอให้พระเจ้าองค์ตื้อคุ้มครอง บุคคลผู้นั้นก็จะปลอดภัยประสพแต่ความสวัสดีมีชัยกลับมาและบุคคลผู้ใดปรารถนา อยากจะให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตนำเครื่องสักการะมาบูชาพระเจ้าองค์ ตื้อขออานุภาพของพระองค์ตื้อคุ้มครองและบันดาลให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองใน การประกอบอาชีพที่สุจริตบุคคลผู้นั้นก็จักเจริญสมความมุ่งมาดปรารถนาทุก ประการ

อนึ่งการเจ็บไข้ได้ป่วย จนถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อไปมาไม่ได้ บางคนก็ให้ญาติพี่น้องไปบูชาแผ่นทองปิดองค์หลวงพ่อใหญ่หรือพระพุทธจำลอง ตั้งจิตอธิฐานปิดตรงที่เจ็บปวดนั้น ปรากฏว่าโรคนั้นก็หายดังจิตอธิฐาน

วัตถุมงคล
อุโบสถ
จิตรกรรมฝาผนัง
ศิลปะ
เก่าแก่
ถวายสังฆทาน
สถานที่สำคัญ
พระพุทธรูป
สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์



ช่วยกันกดแชร์สถานที่นี้ให้เพื่อนๆของคุณได้รู้จักด้วยนะค่ะ

วัดโยธานิมิต จันทบุรี
วัดหินหมากเป้ง หนองคาย
พระวิหารหลวงปู่วัดลุ่ม หนองคาย

วัดปากแคว สุโขทัย
วัดอรัญบรรพต หนองคาย
ศาลหลักเมืองจังหวัดหนองคาย

 
513/12 ลาดพร้าว 101 แยก 11 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 094-884-6088
รับจัดทำเว็บไซต์
ลงข้อมูลกับเว็บ Thaimaptravel สมัครรับข่าวสาร ติดต่อซื้อภาพถ่าย บริการถ่ายภาพ
สมัครสมาชิก
TOP