คำค้นหา
เรียงลำดับ

เลือกประเภท

กว้าง 1002PX สูง 200PX
ติดต่อลงโฆษณา ตำแหน่งนี้ เห็นทุกหน้าของเว็บไซต์

วัดสารนารถธรรมาราม ระยอง
พระธาตุหล้าหนอง หนองคาย
ถ้ำเขาย้อย เพชรบุรี
วิหารพระมงคลบพิตร พระนครศรีอยุธยา
วัดพลับ จันทบุรี
อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จันทบุรี
วัดไผ่ล้อม (พระอารามหลวง) จันทุบรี
จุดชมวิวพระยืน จันทบุรี
ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน จันทบุรี
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
จุดชมวิวทะเลหมอกพะเนินทุ่ง เพชรบุรี
ตึกแดง จันทบุรี
วัดศรีชุม สุโขทัย
สถานีรถไฟหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์
ปราสาทสด๊กก๊อกธม สระแก้ว
วัดพระศรีสรรเพชญ์ พระนครศรีอยุธยา
เมืองโบราณ สมุทรปราการ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแห่ง สุโขทัย
หอศิลป์แห่งชาติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วังสวนบ้านแก้ว จันทบุรี
พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
วัดมหาธาตุ สุโขทัย

หาดทรายทอง หนองคาย
หาดพัทยา 3 หนองคาย
ตลาดโพธิ์ชัย หนองคาย
ตลาดท่าเสด็จ หนองคาย
พิพิธภัณฑ์คุ้มเจ้าเมืองหนองคาย
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคาย
พระธาตุหล้าหนอง หนองคาย
ช่วยกันกดแชร์สถานที่นี้ให้เพื่อนๆของคุณได้รู้จักด้วยนะค่ะ

อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย

พระธาตุหล้าหนอง

พิกัด: 17°53'57.1"N 102°46'08.7"E

Google Map: 17.89918, 102.7691

ลงข้อมูลวันที่: 22/1/2559

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว: ราวๆ เดือนธันวาคม - ปลายเดือนมิถุนายนของทุกปี (ช่วงน้ำลด)

เปิด: ทุกวัน 08.00 - 17.30น.

ควรใช้เวลาในการเที่ยวชม: 40-90 นาที (หรือมากกว่านั้น)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: ป้ายอธิบาย ณ พระธาตุหนองหล้า


"การ เก็บข้อมูลของ Thaimaptravel.com จุดประสงค์คือเก็บรวบรวมข้อมูลประวัติ ความน่าสนใจ และจุดเด่นของสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน รวมถึงสามารถค้นหาสถานที่ต่างๆ ที่ต้องการได้ เพื่อนำไปเป็นแนวทางสำหรับการวางแผนการเดินทางและเตรียมเป็นข้อมูลก่อนการ เดินทางไปยังสถานที่นั้นๆ เพื่อเพิ่มความสนุกและความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามการอ่านหรือดูจากภาพเพียงอย่างเดียว สู้การออกไปค้นหาด้วยตัวเองไม่ได้ เพราะข้อมูลที่เราได้หยิบยกมาให้ได้ชมเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความน่าสนใจของ สถานที่เท่านั้นและการที่เราได้ออกไปยังสถานที่จริงๆ เราจะได้รับรู้ถึงบรรยากาศและประสบการณ์ที่ประทับใจกลับมาอีกด้วย เมืองไทยมีดีที่คุณยังไม่รู้..."

 

พระธาตุกลางน้ำได้พังทลายล้มลงทอดองค์ไปตามแม่น้ำโขง ตั้งแต่ วันศุกร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 9 ยามใกล้ค่ำ จ.ศ. 1209 พ.ศ. 2390 ร.ศ. 66 ค.ศ. 1874 ตามประชุมพงศาวดารภาค 70 จนถึงปี พ.ศ. 2553 รวมเป็นเวลา 164 ปี

ใน หนังสือ "อรังคธาตุ" (ตำนานพระธาตุพนม) ตอนหนึ่ง ได้กล่าวถึงการสร้างพระธาตุหล้านองว่า พระธาตุองค์นี้ สร้างโดยพระอรหันต์ 5 พระองค์ ประกอบด้วย พระมหารัตนเถระ, พระจุลรัตนเถระ, พระมหาสุวรรณปราสาทเถระ, พระจุลสุวรรณปราสาทเถระ และพระสังฆวิชัยเถระ ที่ล้วนเป็นศิษย์พระพุทธรักขิต พระธรรมรักขิต พระสังฆรักขิต พระอรหันต์ทั้ง 3 องค์

พระธาตุเมืองหล้าหนอง

ใน ตำนานพระอุรังคธาตุได้กล่าวถึงเมืองสาเกต (101ประตู) เกิดบั้งไฟระเบิดเกิดเป็นหนองน้ำใหญ่คือ หนองพลาญชัย เป็นหนองน้ำแรก กลุ่มนำเลี้ยงพ่อนมและผู้คนซึ่งนำโดยเจ้าสังขวิชัย อพยพมาตั้งถิ่นฐานใหม่ที่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งเดิมมีหนองน้ำใหญ่และได้ตั้งชื่อว่า “เมืองหล้าหนอง” แปลว่า หนองน้ำใหม่หรือสุดท้าย โดยถือนิมิตหนองพลาญชัยเป็นแห่งแรก เมื่อพระพุทธศาสนาแผ่มา พระมหาสังฆรักขิต ได้บวชให้เป็นพระมหาสังขวิชัยจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ และได้สร้างพระธาตุเมืองหล้าหนองขึ้นประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุฝ่าพระบาท ขวา 9 องค์ในอุโมงค์หิน เมื่อ พ.ศ. 2109 พระเจ้าไชยเชษฐาธราชที่ 1 มหาราชแห่งอาณาจักรล้านช้างได้สร้างเจดีย์ครอบก่ออิฐถือปูนฐานกว้าง 15.80 เมตร สูง 33 เมตร ศิลปะแบบล้านช้าง ต่อมาแม่น้ำโขงได้ไหลกัดเซาะฝั่งขวาถึงมหาธาตุเจดีย์จนทรุดเอียงในวันศุกร์ ขึ้น 15 ค่ำเดือน 9 พ.ศ. 2390 เมื่อตั้งเมืองหนองคาย พ.ศ. 2371 แล้ว 19 ปี และ กระแสน้ำได้กัดเซาะตลิ่งพังทลายไปอีกจนห่างจากฝั่งขวาแม่น้ำโขง ประมาณ 180 เมตร ในปัจจุบัน

หน่วย อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดนองคาย (โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร) โดยอาจารย์วินิจ พลพิทัพษ์ หัวหน้าหน่วยฯ อาจารย์สิทธิพร ณ นครพนม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ติดต่อนายภิรมย์ จีนะเจริญ อดีตรองอธิบดีกรมศิลปกร ซึ่งมีภริยาเป็นชาวหนองคายให้ส่งนายเอิบเปรม วัชรากร หัวหน้าหน่วยโบราณคดีใต้น้ำและคณะมาสำรวจพระธาตุองค์นี้เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2539 ผลการสำรวจพบว่า

  1. องค์ พระธาตุล้มตะแคงไปตามกระแสน้ำด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือและแตกหักออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกคือ มุมฐานที่พ้นผิวน้ำและที่จมอยู่ความกว้างของฐานรวมกัน 15.80 เมตรพอดี ทั้งยังสร้างด้วยอิฐถือปูนทั้งองค์ต่างกับเจดีย์อื่น ซึ่งก่ออิฐปูนเป็นกรอบแล้วอัดด้วยดินให้แน่น
  2. ส่วนที่จมอยู่ใต้น้ำต่อจากบัลลังก์ถึงปลายที่หักยาว 732 เซนติเมตรมีลวดลายปูนปั้นประดับ คาดว่าเป็นเรือนธาตุส่วนกลาง
  3. ส่วน ยอดพระธาตุไม่สามารถสำรวจได้ เพราะมีเนินทรายสูงกลบทับเนื่องจากการหมุนย้อนวนกลับของกระแสน้ำและทราย ปะทะฐานองค์พระธาตุจนทับถามเป็นเนินสูงมาเป็นเวลาช้านาน

มร,ออ งรี มูโอต์ นักสำรวจชาวฝรั่งเศสรับงานราชภูมิศาสตร์สมาคมอังกฤษได้เดินทางขึ้นมาสำรวจ แม่น้ำโขงและวาดภาพนครวัด นครธม ประเทศกัมพูชา เผยแพร่ให้ชาวโลกได้รับรู้ ได้ขึ้นมาเมืองหนองคายเมื่อปี พ.ศ. 2404 วาดภาพพระธาตุเมืองหล้าหนองที่กำลังเอียงทรุดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2390 เอาไว้ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2410 มร.ฟรังชิส กรานิเยร์ ชาวฝรั่งเศส ได้นำภาพเผยแพร่ให้ชาวโลกได้ทราบ รวมตลอดทั้งภาคอีสานเหนือและประเทศลาวในยุคนั้น

 

พระธาตุหล้าหนอง หนองคาย

พระธาตุกลางน้ำ ประดิษฐานอยู่กลางแม่น้ำโขงห่างจากฝั่งประมาณ 180 เมตร

 

พระ เทพมงคลรังษีเจ้าคณะจังหวัดหนองคาย ท่านประมาณว่า พระธาตุองค์นี่มีขนาดใกล้เคียงกับองค์เจดีย์พระธาตุพนม อ.พระธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งบริเวณวัดธาตุแห่งนี้มีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 100 ไร่ และตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง พอถึงฤดูน้ำหลาก แม่น้ำโขงที่ไหลเชี่ยวกรอกจะกัดเซาะตลิ่งบริเวณวัดธาตุจนพังทลายไปปีละไม่ น้อย ซึ่งตามประชุมพงศาวดารภาค 70 ได้บันทึกไว้ว่า น้ำโขงกัดเซาะตลิ่งจนเข้าไปถึงองค์พระธาตุหล้าหนอง และพระธาตุได้พังลงในแม่น้ำโขงเมื่อวันศุกร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 9 ใกล้เวลาค่ำ ร.ศ.66

การก่อ สร้างองค์พระธาตุนี้ต่างจากการก่อสร้าง เจดีย์ หรือพระธาตุอื่นๆ คือเป็นการสร้างองค์พระธาตุด้วยอิฐถือปูนทั้งองค์ ไม่ใช้เพียงก่ออิฐถือปูนเป็นกรอบ แล้วอัดดินภาให้แน่นเช่นพระธาตุองค์อื่นๆ องค์พระธาตุเท่าที่ทราบหักเป็น 3 ส่วน แต่เอามาสัมผัสได้เพียง 2 ส่วน ส่วนปลายสุดของยอดพระธาตุยังงมหาไม่พบ เพราะมีเนินทรายทับถามเป็นเนินสูง

พระบรมสารีริกธาตุสองฝั่งแม่น้ำโขง

ใน ตำนานพระอุรังคธาตุซึ่งถือว่าเก่าสุดตำนานหนึ่ง ได้ระบุว่า เมื่อครั้งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จดับขันธ์ปรินิพานแล้ว 8 ปี (พุทธศักราช 8) พระมหากัสสปะได้นำพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระอุรังธาตุ (หน้าอก) มาประดิษฐานไว้ที่พระธาตุพนม และได้มอบหมายให้พระอรหันต์  3 องค์ คือ พระพุทธรักขิต พระธรรมรักขิต พระสังฆรักขิตร่วมกับศิษย์อีก 5 รูป ซึ่งต่อมาได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์รวม 8 องค์ นำพระบรมสารีริกธาตุส่วนต่างๆ มาประดิษฐานตามนครหรือเวียงและเมืองสำคัญต่างๆ เมื่อเสด็จปรินิพพานแล้วพระธาตุทั้ง 8 องค์ ได้ถูกนำมาประดิษฐานไว้ที่ธาตุพระอรพันต์ บริเวณด้านหน้าอุโบสถวัดโพธิ์ชัย อำเภอเมืองหนองคาย และพระอังคารธาตุได้ถูกนำไปประดิษฐานไว้ที่วัดธาตุฝุ่น นครหลวงเวียงจันทร์ในปัจจุบัน

พระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานตามตำนานดังกล่าวคือ

  • พระธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม บรรจะพระอุรังคธาตุ (ส่วนหน้าอก)
  • พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตรประชาชนลาว บรรจุคูหฐาน (ส่วนหัวเหน่า)
  • พระ ธาตุบังพวน เดิมเป็นส่วนหนึ่งของเวียงคุคำ (เวียงคำ) คู่แฝดเมืองเวียงจันทน์ ปัจจุบันเป็นตำบลพระธาตุบังพวน อำเภอเมืองหนองคาย บรรจุพระบังคน (ส่วนกระเพราะ, โผ่น)
  • พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เดิมคือเมืองเวียงงัว ตำบล ปะโค (พระโค, วัว) อำเภอเมืองหนองคาย บรรจุพระธาตุเขี้ยวฝาง (เขี้ยว)
  • พระ ธาตุเมืองหล้าหนอง บรรจุพระธาตุฝ่าพระบาทขวา 9 องค์ คือ คุ้มวัดธาตุ เทศบาลเมืองหนองคาย และล้มลงอยู่กลางแม่น้ำโขงในปัจจุบัน ซึ่งสามารถมองเห็นมุมฐานโผล่ขึ้นมาประมาณ 3 เมตรในฤดูแล้งเมื่อแม่น้ำโขงลดระดับลง

 

พระธาตุกลางน้ำ พระธาตุหล้าหนอง หนองคาย

หากต้องการมาสักการะองค์พระธาตุกลางน้ำควรมาในช่วงเดือน ธันวาคมถึงปลายมิถุนายนของทุกปี เป็นช่วยน้ำลดและจะเห็นองค์พระธาตุ

 

พระธาตุหล้าหนอง พระธาตุกลางน้ำ หนองคาย

การ เข้าไปสักการะพระธาตุกลางน้ำสามารถเช่าเรือได้จากริมฝั่งอัตราค่าบริการคือ เที่ยวละ 200 บาทลงได้ 20 คน (กรณีไปคนเดียวหรือคนไม่มากก็ไปหารจากค่าเรือจากผู้โดยสารอื่นๆ ถ้าเกิด 10 คนขึ้นไปคือหัวละ 20 บาท)

 

พระธาตุหล้าหนอง พระธาตุกลางน้ำ หนองคาย

พระธาตุหนองคล้า หรือ พระธาตุกลางน้ำ จะสามารถเห็นฐานองค์เจดีย์พระธาตุได้ในช่วงน้ำลงเท่านั้น

 

พระธาตุหล้าหนอง พระธาตุกลางน้ำ หนองคาย

เมื่อเรานั่งเรือมาก็สามารถเข้ามาสักการะพระธาตุกลางน้ำได้

 

คำไหว้พระธาตุหล้าหนอง

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)

ปุริมายะ ทิสายะ ทักขินายะ ปัจฉิมายะ อุตตะรายะ เหฏฐิมายะ

อุปะริมายะ ทิสายะ หนองคาย นะคะเร ปัญจะอะระหันเตหิ

มะหารัตตะนะเถระ จลละรัตตะนะเถระ

มะหาสุวัณณะปาสาทะเถระ จุลละสุวัณณะปาสาทะเถระ

สังขุวิชะยะเถระ เถราทีหิ พุทธะสารีริกกะธาตุ ฐาปิตัง สิริสานะมามิ

ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อม นมัสการ พระบรมสารีริกธาตุ

พระบาทก้ำขวาทั้ง 9 พระองค์ ที่ประดิษฐาน ณ พระธาตุหล้าหนองแห่งนี้

อันพระมหาเถระทั้ง 5 พระองค์ ได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้

ขอบุญอันสำเร็จจากการบูชาในครั้งนี้ จงดลบันดาลให้ ข้าพเจ้าทั้งหลาย จงเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พะละ ปฏิภาณ ธนะสารสมบัติ

ในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ ตลอดสิ้นกาลนาน เทอญ... สาธุ สาธุ สาธุ

 

 

พระธาตุเมืองหล้าหนอง (จำลอง)

 

พระธาตุหล้าหนอง พระธาตุกลางน้ำ หนองคาย

พระธาตุหล้าหนอง (จำลอง)

พระ ธาตุเมืองหล้าหนองหรือพระธาตุกลางน้ำ (จำลอง) แห่งนี้ได้ก่อสร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระ บรมราชินีนาถเนื่องในวาระมิ่งมหามงคลที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษา ในปีพุทธศักราช 2547 และเพื่อรำลึกถึงความร่วมมือร่วมใจของประชาชนชาวไทยและชาวลาวในอดีต ซึ่งพระธาตุเมืองหล้าหนององค์จริงได้ถูกกระแสน้ำกัดเซาะตลิ่ง ทำให้องค์พระธาตุที่ประดิษฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงเป็นอันต้องพังลงสู่แม่ น้ำโขง เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2390 ดังนั้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้อนุชนรุ่นหลังได้รำลึกถึงความสัมพันธ์ของประชาชน สองฝั่งโขงที่สืบทอดยาวนาน

จังหวัด หนองคายร่วมกับเทศกาลเมืองหนองคายและประชาชนชาวจังหวัดหนองคายรวมทั้งผู้มี จิตศรัทธา จึงได้ริเริ่มโครงการก่อสร้างพระธาตุเมืองหล้าหนอง (จำลอง) ขึ้น พร้อมกับก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง รวมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยได้รับความร่วมมือในการออกแบบก่อสร้างจากกรมโยธาธิการและผังเมือง และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบพิธีบวงสรวงวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 และทำการประดิษฐานพระธาตุรวมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้มีจิตศรัทธานำมามอบ ให้ โดยได้บรรจุไว้ในยอดพระธาตุองค์นี้เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ก่อสร้างแล้วเสร็จในปีพุทธศักราช 2549 ค่าก่อสร้างทั้งสิ้น 38,650,000 บาท (สามสิบแปดล้านหกแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)

พระธาตุกลางน้ำ พระธาตุหล้าหนอง หนองคาย

พระธาตุหล้าหนอง (จำลอง)

น้อมเกล้าฯ ถวายฉัตร และบัวฉัตรทองคำประดับแก้วนพรัตน์

รายละเอียดสุวรรณฉัตรเจ็ดยอด ยอดพระธาตุหล้าหนอง

ยอดปลีฉัตร

ออก แบบเป็นรูปดอกบัว เป็น "เถาบัว" 7 ชั้น แต่ละชั้นดอกบัวจะค่อยๆ เบ่งบานออกทีละชั้นจนถึงชั้นสุดท้ายจะมีกำพูลูกแก้วรับดอกบัวแต่ละกลีบดอก บัวจะประดับ อัญมณีสีต่างๆที่มงคล ส่วนปลายยอดดอกบัวชั้นบนสุดจะประกอบด้วย เกสรดอกบัวลักษณะจะเป็นช่อเกสรบัว อัญมณีสีขาวซึ่งเป็นสีที่บริสุทธิ์ส่องสว่างเป็นประกาย ในความเจริญรุ่งเรืองทางศาสนา ประกอบด้วยดอกบัวแต่ละชั้นจะหุ้มด้วยทองคำบริสุทธิ์จะเป็นทองที่สีสุกสว่าง ส่องแสงประกายไปทั่วทิศและเกิดความสง่างาม ในการถวายพุทธบูชาองค์พระธาตุหล้าหนองตลอดไป

นาย วินิจ พลพิทักษ์ได้ประสานของความช่วยเหลือจาก นายธนิตย์ แก้วนิยม ผู้ชำนาญการพิเศษด้านช่างประณีตศิลป์ ที่ปรึกษาศิลปวัฒนธรรมองค์กรต่างๆ ข้าราชการเกษียณ นายสมชาย ตติยวัฒนสิริ นายช่างประณีตศิลป์ ข้าราชการเกษียณ และนายพงษ์ศิริ บางสุขเสริม นักวิชาการช่างศิลป์สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้ออกแบบลักษณะเป็นฉัตร 7 ชั้น สวรรณฉัตร ราคา 600,000 บาท ทองคำหุ้มบัว 7 ชั้น ใช้ทองคำหนัก 50 บาท อัญมณีนพรัตน์ประดับปลียอดทองคำ 486 เม็ดราคา 923,000 บาท ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2554 กำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 5 ธันวาคม 2555 การสร้างฉัตรและยอดบัวฉัตรทองคำประดับอัญมณีนพรัตน์พระธาตุหล้าหนอง ได้ดำเนินงานก่อสร้างเสร็จเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2554 มูลค่ารวมทั้งสิ้น 2,638,000 บาท (สองล้านหกแสนสามหมื่นแปดพันบาทถ้วน)

 

พระธาตุหนองล้า พระธาตุกลางน้ำ หนองคาย

ยอด พระฉัตรที่จะสร้างเพื่อบรรจุชิ้นส่วนพระธาตุกลางน้ำองค์เดิม พร้อมยอดบัวฉัตรเป็นทองคำที่ประดับด้วยอัญมณีนพรัตน์อันทรงคุณค่าเพื่อให้ เกิดความถูกต้องสมบูรณ์เป็นสิริมงคล

 

ลวดลายชั้นฉัตรชั้นที่ 1-7 เป็นลวดลายดอกบัวอยู่ในซุ้มม่านแก้ว

โดย รอบฉัตรแต่ละชั้น ซึ่งหมายถึงแสงสว่างแห่งปัญญาจะเป็นลวดลายฉลุโปร่งประกอบกับองค์ฉัตรจะมี องค์พญานาค 2 องค์แนบเข้าหากัน ลักษณะเหมือนกับการพนมมือแหงนหน้ามองขึ้นไปบนยอดปลีฉัตรที่เป็นดอกบัวของ ฉัตรพระธาตุหล้าหนอง ซึ่งพญานาค อันเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดหนองคาย เป็นสัญลักษณ์พิทักษ์รักษาองค์พระธาตุและศิปละท้องถิ่นของชาวจังหวัดหนองคาย ส่วนฉัตรชั้นต่างๆ จะมีเข็มขัดรัดฉัตรเรียบโค้งท้องปลิง คล้ายถูกลูกแก้วจะมีกระจังเรียงโดยรอบระบายฉัตรด้านล่างฉลุเป็นรูปโค้งคล้าย ระบายทองของฉัตรผ้า ซึ่งมองไกลๆจะคล้ายกับฉัตรผ้าสีทองขอบระบาย ฉัตรด้านล่างเป็นลานฉลุโปร่งปิดด้วยทองคำเปลว

 

ภาพถ่ายมุมต่างๆ พระธาตุคล้าหนอง (จำลอง)

พระธาตุคล้าหนอง พระธาตุกลางน้ำ หนองคาย

พระธาตุหล้าหนอง พระธาตุกลางน้ำ หนองคาย

พระธาตุหล้าหนอง พระธาตุกลางน้ำ หนองคาย

พระธาตุหล้าหนอง พระธาตุกลางน้ำ หนองคาย

พระธาตุหล้าหนอง พระธาตุกลางน้ำ หนองคาย

พระธาตุหล้าหนอง พระธาตุกลางน้ำ

พระธาตุคล้าหนอง พระธาตุกลางน้ำ หนองคาย

 

เป็นจุดชมวิวที่สวยอีกหนึ่งแห่ง

นอก จากประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจของ "พระธาตุคล้าหนอง" จังหวัดหนองคายแห่งนี้แล้ว หากเราไปในช่วงเวลาเย็นๆ เราก็จะสามารถเห็นชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ออกกำลังกาย, เดินเล่น และที่ถือว่าเป็นไฮไลท์เลยคือ "ชมพระอาทิตย์ตกดิน" ที่สวยจับใจมากๆ

 

พระธาตุหล้าหนอง พระธาตุกลางน้ำ หนองคาย

บรรยากาศของผู้คนที่มาทำกิจกรรมยามพระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า

 

พระธาตุหล้าหนอง พระธาตุกลางน้ำ หนองคาย

ภาพพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากๆ

โบราณสถาน
ริมแม่น้ำ
สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
อนุรักษ์
ความรู้/การศึกษา
ดูพระอาทิตย์ตก
เก่าแก่
เดินเล่น
ชมวิว
โรแมนติก
ขับรถกินลม
ถ่ายรูป



ช่วยกันกดแชร์สถานที่นี้ให้เพื่อนๆของคุณได้รู้จักด้วยนะค่ะ

หาดเจ้าหลาว จันทบุรี
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน จันทบุรี
หาดแหลมเสด็จ จันทบุรี

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ จันทบุรี
จุดชมวิวเนินนางพญา จันทบุรี
หาดเก็บตะวัน จันทบุรี

 
513/12 ลาดพร้าว 101 แยก 11 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 094-884-6088
รับจัดทำเว็บไซต์
ลงข้อมูลกับเว็บ Thaimaptravel สมัครรับข่าวสาร ติดต่อซื้อภาพถ่าย บริการถ่ายภาพ
สมัครสมาชิก
TOP